ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Search

dot
dot
ข้อมูลจังหวัดสุรินทร์ General Information
dot
bulletประวัติความเป็นมา History Background of Surin
bulletข้อมูลพื้นฐาน (Folio) จังหวัดสุรินทร์
bulletการเดินทาง Traffic
bulletเทศกาลงานประเพณี Events&Festivals
bulletจะกินที่ไหนดี Restaurants
bulletค่ำนี้นอนไหน Hotel / Accomodation
dot
ข้อมูลด้านท่องเที่ยว Tourism Information
dot
bulletแหล่งท่องเที่ยว Tourism Attractions
bulletสินค้า ผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว Product&Souvenirs
bulletแผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ Surin Tourist Map
bulletสถิติการท่องเที่ยว Tourist Arrivals
bulletมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย
bulletเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์
bulletคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์
bulletกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
dot
ข้อมูลด้านกีฬาและนันทนาการ Sports Information
dot
bulletกฎกติกากีฬาประเภทต่าง ๆ
bulletปฏิทินกีฬาจังหวัดสุรินทร์ ปี 2555
bulletเครือข่ายด้านการกีฬา
bulletคณะกรรมการกีฬาจังหวัดสุรินทร์
dot
ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletยุทธศาสตร์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletยุทธศาสตร์จังหวัดสุรินทร์
bulletยุทธศาสตร์การกีฬา
dot
รายงานผลการปฏิบัติราชการ
dot
bulletระบบติดตามประเมินผลแผนงาน โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
dot
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Network Links
dot
จังหวัดสุรินทร์ Surin Province
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletศูนย์คชศาสตร์ Elephant Study Center
bulletท่องเที่ยวเชิงเกษตร AGRO Tourism
bulletเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน Community-Based Tourism
bulletองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ Surin Provincial Administration Organization
bulletชุมชนเขวาสินรินทร์
สโมสรฟุตบอลสุรินทร์ ซิตี้
เมืองมะขามหวานเกมส์ กีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35
สาระน่ารู้ ประชาคมอาเซียน ASEAN Community
dot
Picture Gallery
dot
dot
ติดต่อสำนักงาน Contact us
dot
สทกจ.สุรินทร์
bulletSuggest/Comment/รับเรื่องร้องเรียน Complaint
bulletกระทู้




พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์ article

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์ Surin National Museum

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์

 

       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ (ภาพที่ ๑) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ จากความคิดริเริ่มของนายสุธี โอบอ้อม ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ขณะนั้น โดยการชักชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ให้นำศิลปวัตถุและโบราณวัตถุมาบริจาค ซึ่งได้จัดแสดงไว้ที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

ต่อมาภายหลังจึงได้ย้ายไปเก็บรักษาและจัดแสดงชั่วคราว ณ อาคารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์

เมื่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ได้รับมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากประชาชน และจากการดำเนินงานทางโบราณคดี ทำให้สถานที่จัดแสดงซึ่งอาศัยใช้พื้นที่ปีกด้านล่างของอาคารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์คับแคบ ไม่เหมาะสมต่อการให้บริการ ประกอบกับในปี พ.ศ.๒๕๓๕ กรมศิลปากรมีนโยบายที่จะปรับปรุงและจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ จึงเป็นพิพิธภัณฑสถานอันดับต้นๆ ที่ได้รับการพิจารณาจัดตั้งขึ้นภายใต้นโยบายดังกล่าว



กรมศิลปากรได้ดำเนินการขอใช้ที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ บริเวณ กม.ที่ ๔ ริมถนน

สุรินทร์ – ช่องจอม เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ แห่งใหม่ และได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงสถานที่พร้อมทั้งก่อสร้างอาคารตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นต้นมา

อาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ รูปทรงทันสมัย โดยประยุกต์มาจาก “ปราสาท” สถาปัตยกรรมในศิลปะเขมร มีลักษณะเป็นกลุ่มอาคารที่เชื่อมต่อถึงกัน แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน คือ

ส่วนที่ ๑ เป็นโถงทางเข้าและทางเดิน

ส่วนที่ ๒ เป็นส่วนบริการการศึกษาและสำนักงาน

ส่วนที่ ๓ เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวร

ส่วนที่ ๔ เป็นคลังพิพิธภัณฑ์

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวอาคาร ผู้มาเยี่ยมชมจะพบกับโถงทางเข้าขนาดใหญ่ มีระเบียงยาวยื่นออกไปทั้งสองข้าง มีผนังระเบียงด้านเดียวเจาะช่องหน้าต่าง ประดับด้วยลูกกรง ลักษณะคล้ายโคปุระและระเบียงคดของปราสาทเขมร ระเบียงด้านซ้ายเป็นทางเดินเข้าสู่ส่วนบริการการศึกษาและสำนักงาน ซึ่งประกอบด้วยห้องนิทรรศการชั่วคราว ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก ห้องรับรอง นอกจากนี้ยังมีห้องบรรยายขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถรองรับผู้เข้าชมหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ประมาณ ๑๐๐ คน ติดต่อกับห้องบรรยายนี้มีบันไดทางขึ้นไปสู่ส่วนสำนักงานและห้องสมุด

ส่วนระเบียงด้านขวาเป็นทางออกจากห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร

พื้นที่ส่วนหน้าระหว่างห้องโถงทางเข้าและอาคารจัดแสดงมีทางเดินเชื่อมต่อถึงกัน เป็นทางเดินที่นำผู้ชมเข้าสู่ห้องนิทรรศการห้องแรก ซึ่งจัดแสดงด้าน ธรรมชาติวิทยา มีเนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพทั่วๆ ไปของจังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วยสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ลักษณะทางธรณีวิทยา ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เช่น แร่ธาตุ ดิน น้ำ ป่าไม้ สัตว์ป่า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีส่วนจัดแสดงเรื่องข้าว เนื่องจากพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีแห่งหนึ่ง

ระหว่างห้องนิทรรศการห้องแรกกับห้องที่สอง มีการสร้างโบราณสถานจำลองคั่นเพื่อสร้างบรรยากาศนำเข้าสู่เนื้อหาการจัดแสดงหัวข้อถัดไป ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีของจังหวัดสุรินทร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับพัฒนาการทางอารยธรรมของผู้คนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งได้พบหลักฐานตั้งแต่ในยุคเหล็กเมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ - ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว สมัยวัฒนธรรมทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖) สมัยวัฒนธรรมเขมร (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๘) จนถึงสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔

ในการจัดแสดง มีการจำลองสภาพชีวิตและพิธีกรรมการฝังศพสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จุดเด่นอยู่ที่การจำลองหลุมฝังศพแบบประเพณีการฝังศพครั้งที่สองที่พบในกลุ่มวัฒนธรรมทุ่งกุลาร้องไห้  (ภาพที่ ๒) รวมทั้งโบราณวัตถุสมัยวัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเขมรที่พบในจังหวัดสุรินทร์

ประตูทางเดินเข้าสู่ส่วนจัดแสดงห้องจัดแสดงศิลปะเขมร จำลองมาจากปราสาทศีขรภูมิ (ภาพที่ ๓) ซึ่งทำได้ค่อนข้างประณีตสวยงาม นอกจากนี้ยังมีหุ่นจำลองโบราณสถานปราสาทศีขรภูมิและปราสาทตาเมือนธม วีดิทัศน์เรื่องสุรินทร์ถิ่นอารยธรรมขอม ช่วยให้ผู้ชมได้เรียนรู้และเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะของจังหวัดสุรินทร์ได้ดียิ่งขึ้น

ถัดไปเป็นห้อง ประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ เนื้อหาในส่วนนี้นำเสนอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ โดยเริ่มจากกลุ่มชาวกูยซึ่งได้ช่วยจับช้างเผือกที่แตกโรงหนีมา ส่งกลับคืนสู่กรุงศรีอยุธยา ทำให้ได้รับพระราชทานความดีความชอบตั้งชุมชนชาวกูยเหล่านี้ขึ้นเป็นบ้านเมือง จนถึงระยะเวลาที่มีการปฏิรูปการปกครองมาเป็นระบบเทศาภิบาลและระบอบประชาธิปไตยตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และการศึกษา

ในการจัดแสดง มีฉากไดโอรามาจำลองภาพเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ เช่น การจับช้างเผือก การเดินรถไฟมาถึงจังหวัดสุรินทร์ สภาพตลาดการค้าในยุคแรกๆ สภาพการเรียนการสอนในอดีต ฯลฯ ไว้ให้ศึกษา

จุดเด่นที่สุดในส่วนนี้น่าจะได้แก่หุ่นจำลองสำริดรูปพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (เชียงปุม) เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก (ภาพที่ ๔)

ต่อจากส่วนนี้ไปเป็นห้องจัดแสดง ชาติพันธุ์วิทยา ซึ่งอยู่ชั้นสองของอาคาร มีเนื้อหากล่าวถึงประชากรในจังหวัดสุรินทร์ อันประกอบด้วยชนพื้นเมือง ๓ กลุ่มใหญ่ คือชาวไทยกูย กลุ่มชนที่มีความสามารถในการจับและฝึกช้าง ชาวไทยเขมร กลุ่มชนดั้งเดิมที่ปรากฏหลักฐานการอยู่อาศัยในจังหวัดสุรินทร์มาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ เป็นอย่างช้า และชาวไทยลาว ที่อพยพเข้ามาระยะหลัง เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒

ในการจัดแสดง ได้จำลองวิถีชีวิตของคนกลุ่มต่างๆ ให้เห็นถึงสภาพบ้านเรือน พิธีกรรมของกลุ่มชนพื้นเมือง ได้แก่ หุ่นจำลองการประกอบพิธีแกลมอ (ภาพที่ ๕) ซึ่งเป็นพิธีกรรมการรักษาโรคตามความเชื่อของชาวไทยกูย พิธีแซนการ์หรือพิธีแต่งงานของชาวไทยเขมร รวมทั้งภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับขนบประเพณีและสภาพความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อถึงสภาพวิถีชีวิต ลักษณะเด่นทางวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชนที่ผสมผสานประกอบกันขึ้นเป็นคนสุรินทร์ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำฐานข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบรรจุอยู่ใน computer Touch Screen ไว้ให้ศึกษาค้นคว้าได้โดยละเอียด

ส่วนสุดท้ายของนิทรรศการ เป็นเรื่องของ มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น เนื้อหากล่าวถึงมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คืองานศิลปหัตถกรรม ได้แก่ การทำเครื่องประดับเงินและการทอผ้าไหม ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ได้แก่ การแสดงเรือม (การรำ) การละเล่นเจรียง รวมถึงดนตรีพื้นบ้าน เช่น วงกันตรึม วงมโหรี ตลอดจนวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่รู้จักทั่วไป มีการนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หุ่นจำลอง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ และเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาใช้เป็นสื่อในการจัดแสดง

ที่น่าสนใจ ได้แก่หุ่นจำลองการแสดงเรือมอันเร (รำสาก-ภาพที่ ๖) วีดิทัศน์ศิลปะการละเล่นและดนตรีพื้นบ้าน วีดิทัศน์ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมและเครื่องประดับเงิน ฉากจำลองบรรยากาศหมู่บ้านเลี้ยงช้าง และวีดิทัศน์เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนเลี้ยงช้าง

ในส่วนนี้ ผู้เข้าชมจะได้รับทราบถึงมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นสุรินทร์ที่มีมาแต่อดีต และยังคงรับใช้ชุมชนอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน

หลังจากเลื่อนกำหนดระยะเวลาเปิดมาหลายครั้ง คาดว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ จะสามารถให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในปี พ.ศ.๒๕๔๘ ?

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง: เลขที่ ๒๑๔ หมู่ที่ ๑๓ ถนนสุรินทร์ - ช่องจอม ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ๓๒๐๐๐ โทรศัพท์ / โทรสาร ๐ - ๔๔๕๑ - ๓๓๕๘

วันประกาศจัดตั้ง: ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

เนื้อที่: ๑๕ ไร่ ๘๖.๖๐ ตารางวา

โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในครอบครอง : ๑,๐๐๒ ชิ้น

เวลาทำการ: วันพุธ ถึง วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. หยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์




แหล่งท่องเที่ยว

หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง
หมู่บ้านผลิตผ้าไหมเพื่อการท่องเที่ยว Thai Silk Village
วนอุทยานพนมสวาย
ปราสาทตาวาย
หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ article
หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง article
ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน - ห้วยสำราญ
วนอุทยานป่าสนหนองคู article
อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง article
ปราสาทช่างปี่
ปราสาทยายเหงา article
ปราสาทเมืองที
ปราสาทจอมพระ
ปราสาทภูมิโปน
โบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน
ปราสาทศีขรภูมิ หรือ ปราสาทบ้านระแงง
วัดเขาศาลา article
อนุสาวรีย์ พระยาสุรินทรภักดี ศรีณรงค์จางวาง(ปุม)
วัดบูรพาราม พระอารามหลวง



[1]

Opinion No. 1 (11741)

 

ข้าพเจ้าไปดูมาเมื่อตอนเช่าวันที่27 พ.ย.  52  (ทัศนศึกษา)

 

By พลอยฉัตร ขุขันธ์ (tey_1125-at-hotmail-dot-com)Date 2009-11-27 20:27:47


Opinion No. 2 (142441)

 จะขอ บอกว่ายังมีปราสาท ที่ถูกลืมอีก นั้นคือ ปราสาทโอรงาหรือโอรโกนงา ซึ่งต้งอยู่ที่วัดโคกปราสาท ต.เทนมีย์ อ.เมืองสุรินทร์  ยังหลงเหลือ ฐานสลาแล้ง และมีวัตถุโปราณอีกจันวนมาก ซึ่งไม่เคยมีการพูดถึงเลย ทั้งๆๆที่ เป็นมรดกที่ล้ำค่ายิ่ง ต่อการอนุรักษ์ไว้

By เด็กโอรงา Date 2012-05-23 02:46:49


Opinion No. 3 (144426)

ทำไมไม่มีรูปค่ะ อยากเห็น

By บรรนา Date 2013-01-09 09:59:22



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail
Authentication Code *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.